ในอุตสาหกรรม
อธิบายคำศัพท์ที่สำคัญ

ค้นพบแหล่งคำศัพท์ทางการเงิน และคำจำกัดความที่เทรดเดอร์ทุกคนควรรู้

คำศัพท์ฟอเร็กซ์

    B

    Bar Chart

    ประเภทของกราฟซึ่งแสดง 4 องค์ประกอบสำคัญคือ ราคาต่ำสุดและราคาสูงสุดด้วยแท่งแนวตั้ง ราคาเปิดด้วยเส้นแนวนอนเล็กๆด้านซ้าย ราคาปิดด้วยเส้นแนวนอนเล็กๆด้านขวา

    Base Currency

    สกุลเงินแรกที่แสดงเวลาเขียนในคู่สกุลเงิน ใช้แสดงว่าสกุลเงินหลักมีมูลค่าเท่าใดเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่สอง ตัวอย่างเช่นถ้าอัตรา USD / CHF เท่ากับ 1.6215 นั่นแสดงว่าหนึ่งเหรียญสหรัฐจะมีมูลค่า CHF 1.6215 ในตลาดฟอเร็กซ์ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯโดยปกติมักจะถือว่าเป็นสกุลเงิน ‘ฐาน'(Base) ที่ใช้ในการเขียนคู่สกุลเงินเสมอ ซึ่งหมายความว่า 1 เหรียญสหรัฐต่อสกุลเงินอื่นที่ยกมาในคู่ โดยมีข้อยกเว้นได้แก่คู่สกุลเงินสหรัฐเมื่อคู่กับ ปอนด์อังกฤษ, ยูโร, และดอลลาร์ออสเตรเลีย

    Bear Market

    ช่วงตลาดขาลง มีการอ่อนค่าของราคา

    Bid Price

    เป็นราคาที่ตลาดมีความต้องการซื้อสกุลเงินในราคานั้นๆ ในราคานี้เทรดเดอร์สามารถทำการขาย base currency (ซึ่งแสดงทางซ้ายของคู่สกุลเงิน) เพื่อแลกกับ Cross currency ตัวอย่างเช่น ถ้าราคาของคู่ USD/CHF เป็น 1.4527/32 ราคา Ask คือ 1.4527 หมายความว่าเมื่อท่านขายเงิน 1 US dollar ท่านจะได้รับ 1.4527 Swiss francs

    Bid/Ask Spread

    ส่วนต่างระหว่างราคา bid และราคา ask

    Big Figure

    ตัวเลข 2 หรือ 3 หลักแรกของราคา ตัวอย่างเช่น ถ้าราคา bid/ask ของคู่ USD/JPY bid/ask เป็น 115.27/32 ดังนั้น big figure คือ 115 ถ้าราคาของคู่ EUR/USD เป็น 1.2855/58 big figure คือ 1.28 ซึ่ง big figure จะแสดงราคาในส่วนที่ไม่ใช่ส่วนโควทซึ่ง dealer เสนอมา เช่น ถ้าราคาของคู่ EUR/USD เป็น 1.2855/58 หมายถึงโควทราคาจากดีลเลอร์คือ “55/58”.

    Book

    สำหรับการเทรดแบบอาชีพ book คือเป็นประวัติสรุปสถานะการเทรดที่เคยทำรายการมากทั้งหมด

    Bretton Woods Agreement of 1944

    เป็นข้อตกลงที่มีจุดประสงค์ที่จะทำให้ค่าของสกุลเงินกลุ่มหลัก (Major) คงที่ โดยให้ธนาคารกลางสามารถแทรกแซงตลาดสกุลเงินได้ โดยกำหนดให้ราคาของทองคำเท่ากับ 35 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อออนซ์ ข้อตกลงนี้ใช้ถึงปี 1971 เมื่อประธานาธิบดี Nixon ได้ยกเลิก Bretton Woods agreement และเปลี่ยนมาใช้นโยบายปล่อยค่าเงินลอยตัวแทน

    Broker

    บุคคลหรือ บริษัท ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางวางผู้ซื้อและผู้ขาย และรับผลตอบแทนในการบริการเป็นค่าหรือค่าคอมมิชชั่น ตรงกันข้ามกับ ดีลเลอร์ ‘dealer’ ซึ่งจะวางตัวในรูปแบบเปิดสถานะตรงข้ามกับคู่สัญญาแล้วได้รับผลกำไร (spread) โดยการปิดสถานะภายหลังการซื้อขายกับกลุ่มอื่น

    Bull Market

    ช่วงตลาดขาขึ้น มีการแข็งค่าของราคา

    Bundesbank

    ธนาคารกลางของประเทศเยอรมัน